NEWS : Signify เปิดตัว ไฟอัจฉริยะ แบรนด์ “WiZ” รองรับทุกฟังก์ชั่นการใช้งานให้ทุกบ้านสมาร์ทขึ้น !
เปลี่ยนบ้านเดิมให้สมาร์ทขึ้นได้ด้วย ด้วยเทคโนโลยีระบบไฟอัจฉริยะจาก Wiz ตัวช่วยแสนสะดวก ติดตั้งง่าย ใช้งานไม่ยาก ให้คุณใช้ชีวิตสบายได้มากกว่าที่เคย
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ปัญหา” คือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล็กน้อยหยุมหยิมที่ไม่ค่อยสลักสำคัญอะไร ไปจนถึงปัญหาใหญ่ๆ ที่ทำให้เราเกิดอาการเครียด หงุดหงิด กดดัน หรือแม้กระทั่งส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจ ในเมื่อเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้แล้ว สิ่งที่ทำได้คือ เรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้น และเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาโดยการฝึกทักษะ Problem Solving Skill คือ ทักษะการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ และทำได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อที่จะสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบระเบียบ และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
Problem Solving Skill หรือทักษะการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการเรียน ปัญหาในการทำงาน ปัญหาการเงิน ปัญหาความรัก หรืออะไรต่างๆ ซึ่งถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นเพื่อให้คลี่คลายสถานการณ์และเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น คนเราใช้ทักษะการแก้ปัญหาอยู่ทุกวัน เพราะในการดำเนินชีวิตนั้น ย่อมจะต้องมีเรื่องติดขัดหรืออุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงอุปสรรคใหญ่ๆ หรือปัญหาใหญ่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนจะมีการตอบสนองและมีมุมมองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร บางคนก็พร้อมที่จะแก้ไข ในขณะที่บางคนก็หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านั้นและหนีปัญหาในที่สุด อย่างไรก็ตาม คนที่มี Problem Solving Skill คือคนที่มีทักษะการแก้ปัญหาที่ดี สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยที่ไม่เจอปัญหาแล้วหมดกำลังใจในการใช้ชีวิตไปเสียก่อน มาดูกันว่า ทักษะการแก้ปัญหามีกี่ขั้นตอน และมีอะไรบ้าง และสามารถทำได้อย่างไร เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้เก่งๆ นั่นเอง
การแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพนั้น ต้องใช้วิธีแบบ Problem Solving Skill คือ ต้องทำเป็นทีละขั้นตอนไป เพราะแรกเริ่มที่เจอปัญหา ถ้ายังจับต้นชนปลายไม่ถูก ก็ไม่อาจแก้ไปทีละส่วนได้ เหมือนกับค่อยๆ ไขกุญแจประตูไปทีละบาน จนเจอทางออกในที่สุด มาดูกันว่า ทักษะแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นเป็นตอนนั้น จะมีขั้นตอนไหนบ้าง รับรองว่าทำตามได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในชีวิตส่วนตัวหรือที่ทำงาน แก้ไขได้แน่นอน! ด้วยวิธีดังนี้
[affegg id=4406]
ไม่ว่าจะจัดการกับปัญหาง่ายๆ หรือปัญหาที่ยากซับซ้อนก็ตาม อันดับแรกเราจะต้องรู้ก่อนว่า ปัญหาคืออะไรกันแน่ ? และเรากำลังจะแก้ไขสิ่งใดอยู่ บางครั้งวิธีแก้ไขปัญหาก็ไม่ได้ผล เนื่องจากไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ และถ้าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้องทำร่วมกับทีม ยิ่งจำเป็นมากที่จะต้องเข้าใจปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อที่จะได้ทำงานได้อย่างราบรื่นและไปในแนวทางเดียวกัน
เมื่อรู้แล้วว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร เช่น เปิดร้านกาแฟแล้วลูกค้าเข้าร้านน้อย ก็ต้องมาดูสาเหตุว่า เป็นเพราะอะไรกันแน่ เพราะว่าทางร้านไม่มีที่จอดรถ เพราะว่าร้านยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือเพราะว่าเครื่องดื่มรสชาติไม่ถูกปากคนส่วนใหญ่ เป็นต้น ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจทำเลที่ตั้ง การสอบถามข้อมูลจากลูกค้า จากกลุ่มเพื่อนที่สามารถให้ Feedback เราได้ หรือสำรวจจากกลุ่มประเภทธุรกิจที่คล้ายกัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาที่เกิดขึ้น
เมื่อรู้สาเหตุของปัญหาแล้ว ให้ลองเขียนวิธีแก้ไขปัญหาที่เป็นไปได้ออกมาก่อนหลายๆ วิธี ซึ่งเราสามารถใช้ไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ หรือทำการระดมสมองกับทีม อย่าเพิ่งไปตีกรอบกับตัวเองว่าจะต้องแก้ไขวิธีนั้นวิธีนี้เท่านั้น แต่ก็ต้องเป็นวิธีที่ทำได้จริงหรือมีโอกาสเป็นไปได้ และสอดคล้องกับปัญหานั้นๆ
เมื่อได้วิธีการแก้ไขปัญหาวิธีต่างๆ แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ เลือกนำเอาวิธีใดวิธีหนึ่งหรืออาจเป็นสองสามวิธีที่ดูว่าน่าจะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด แล้วเอามาวางแผนต่อว่าจะทำอย่างไร เช่น ทราบแล้วว่า ปัญหาลูกค้าเข้าร้านน้อยเนื่องมาจากการที่ยังไม่มีคนรู้จักร้านเยอะ และวิธีแก้ไขคือ จะประชาสัมพันธ์ร้านและโปรโมทให้มากขึ้น ซึ่งจะต้องมาวางแผนกันต่อว่า จะโปรโมทอย่างไร ทำการประชาสัมพันธ์อย่างไร เพื่อให้คนรู้จักร้านของเรามากขึ้น เป็นต้น
เมื่อได้แนวทางหรือวิธีการแก้ไขปัญหามาเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมือทำเลยค่ะ! ซึ่งในขั้นตอนนี้แนะนำว่าจะต้องมีการวางแผนเตรียมการมาระดับหนึ่งแล้ว ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ทำไปแบบเฉพาะหน้าหรือเป็นวิธีที่ไม่ยั่งยืนมากพอจะแก้ไขปัญหานั้นๆ ได้ในระยะยาว หากรีบเร่งดำเนินการก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ไม่เรียบร้อย ไม่ตรงจุด และไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
[affegg id=4407]
เมื่อลงมือลงแรงไปเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องติดตามประเมินผลว่า วิธีการแก้ไขปัญหาของเรานั้น ได้ผลหรือไม่ แล้วได้ผลกี่เปอร์เซนต์ จะต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ อาจจะเป็นการประเมินติดตามผลในระยะ 1 – 3 เดือนเพื่อที่จะได้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า วิธีนี้ได้ผลจริงๆ หรือเปล่า หรือจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่
ในขณะที่ปัญหากำลังได้รับการแก้ไข ให้เราลองหยิบยกเอาปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นเคสหรือเป็นบทเรียนทางธุรกิจว่า สิ่งที่เราได้รับจากปัญหานี้คืออะไร เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงพัฒนาต่อไป เช่น ได้เรียนรู้ว่าการโปรโมทร้านเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่ควรให้ความใส่ใจอย่างจริงจัง เพื่อที่จะทำให้ลูกค้ารู้จักร้านของเรามากขึ้น จะได้มีคนเข้าร้านมากขึ้น และมียอดขายเพิ่มมากขึ้น หากเป็นปัญหาชีวิตส่วนตัว เราก็จะได้เรียนรู้และแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เป็นประสบการณ์และเป็นบทเรียนชีวิตต่อไปนั่นเองค่ะ
และนี่ก็เป็น Problem Solving Skill คือ วิธีแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งทักษะการแก้ปัญหา 7 ขั้นตอนนี้ จะทำให้เราสามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและมีทิศทาง ไม่ทำไปแบบไร้แผนการหรือว่าไร้แนวทาง ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีวิธี Design Thinking Process 5 ขั้นตอน ซึ่งก็เป็นแนวคิดวิธีแก้ไขปัญหาที่สามารถนำมาปรับใช้ได้กับองค์กรธุรกิจ หรือกับชีวิตส่วนตัวก็ได้เช่นกัน
นอกจากจะต้องมี Problem Solving Skill คือทักษะแก้ปัญหาmที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและได้ผลแล้ว หากอยากจะแก้ปัญหาได้ดี ต้องฝึกฝนให้มีทักษะเหล่านี้เพิ่มเติม ได้แก่
[affegg id=4408]
ใครอยากฝึกทักษะการแก้ไขปัญหาของตัวเอง มาดูกันค่ะว่า จะสามารถฝึกได้อย่างไรบ้าง
เป็นการยากที่จะแก้ไขปัญหาอันแสนคลุมเครือและไม่มีความชัดเจน ซึ่งจะทำให้เราใช้วิธีการอย่างสะเปะสะปะเหมือนการแหว่งแหออกไปอย่างสุ่มๆ โดยที่ไม่รู้ว่ามีปลาอยู่หรือไม่ และไม่อาจแก้ไขได้อย่างตรงจุด
บางครั้งเราอาจจะไปจดจ่ออยู่กับสิ่งที่สร้างปัญหามากเกินไป ซึ่งนั่นไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เท่ากับการมุ่งไปที่วิธีแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะ การเปลี่ยนโฟกัสไปที่วิธีแก้ไขและผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ จะทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกกับปัญหาเหล่านั้น และมองเห็นวิธีการใหม่ๆ รวมถึงมองเห็นความเป็นไปได้มากขึ้น
ในกรณีที่มีการทำงานเป็นทีม และมีการประชุมพร้อมได้ข้อสรุปออกมาแล้วว่าปัญหาคืออะไร สาเหตุของปัญหานั้นๆ คืออะไร และจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ให้เชื่อในกระบวนการเหล่านั้นและยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ในทีม และรอดูผลลัพธ์ต่อไป เพื่อลดการเกิดความขัดแย้งและทำให้เสียเวลาในการหาข้อสรุปใหม่
เชื่อไหมคะว่า นักแก้ปัญหาที่ดีคือผู้ฟังที่ดี เนื่องจากการฟังจะทำให้เราได้รับข้อมูลอย่างหลากหลาย ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรอบคอบ รอบด้าน และรู้ได้ว่าปัญหาที่แท้จริงนั้นคืออะไร สิ่งใดที่ลูกค้าต้องการหรือจะต้องได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ ยังรวมถึงการฝึกการสังเกต หรือสำรวจปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็จะทำให้เรามีไอเดียในการแก้ปัญหาได้อย่างหลากหลายครอบคลุม
และนี่ก็เป็น ทักษะการแก้ปัญหา 7 ขั้นตอนที่เรานำมาฝากกัน รับรองว่าสามารถนำไปปฏิบัติตามได้อย่างแน่นอน จะเป็นปัญเล็ก ปัญหาใหญ่ ก็สามารถใช้ Problem Solving Skill คือวิธีแก้ไขปัญหาแบบ Step – by – Step ในการหาทางออกได้ นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับวิธีพัฒนาทักษะการแก้ปัญหามาบอกกันด้วย ก็ลองเอาไปปรับใช้ในชีวิตกันดูนะคะ หวังว่าจะทำให้สามารถบริหารจัดการชีวิตและรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพกันมากขึ้น เพื่อที่จะได้มีความสุขกับการใช้ชีวิต และไม่หวั่นเมื่อต้องเจอกับปัญหาใดก็ตาม
Inspire Now ! : ไม่ว่าเราจะเป็นใคร หรือจะทำอะไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว จะต้องมีปัญหาเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมใดของชีวิต เพราะเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะราบเรียบไร้อุปสรรค หรือสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีโดยที่ไม่ติดขัดอะไรเลยแม้แต่น้อย สิ่งสำคัญคือ เรามีมุมมองกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร เราพร้อมที่จะลงมือแก้ไขมันอย่างมีสติและมีทักษะการแก้ไขปัญหาที่ดีหรือไม่ ซึ่งเราสามารถฝึกทักษะการแก้ไขปัญหาของเราได้ ให้พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาอย่างไม่เกรงกลัว และยิ้มรับกับบทเรียนที่ได้ เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงต่อไป |
---|
DIY INSPIRE NOW คืทำให้ฉันเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมใช่ไหม ? ลองเอาวิธีแก้ไขปัญหาแบบ 7 ขั้นตอนไปลองใช้กันดูนะคะ ได้ผลอย่างไร มาคอมเมนต์บอกเราด้วยนะ ♡
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : topuniversities.com, indeed.com. masterclass.com
Featured Image Credit : pixabay.com/PublicDomainPictures
เปลี่ยนบ้านเดิมให้สมาร์ทขึ้นได้ด้วย ด้วยเทคโนโลยีระบบไฟอัจฉริยะจาก Wiz ตัวช่วยแสนสะดวก ติดตั้งง่าย ใช้งานไม่ยาก ให้คุณใช้ชีวิตสบายได้มากกว่าที่เคย
Disney+ Hotstar จัดงาน Valentry เทศกาลลองรัก ชวนคนโสดหาคนรู้ใจพร้อมทดลองดูซีรี่ย์เฉพาะตอน Love At First Screen ฟรี 45 เรื่อง จนถึง 31 มีนาคม 2025
อยากให้ของขวัญ อยากสื่อสารความรู้สึกในเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวาเลนไทน์ แสดงความยินดีในโอกาสใดๆ ก็ตาม ลองดู ดอกไม้สื่อความหมาย แล้วเลือกไปสื่อสารกัน