เราหยุดพักจากการทำทุกสิ่งทุกอย่างเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่คะ ? เราเคยมีเวลานั่งเฉยๆ โดยที่ไม่ทำอะไรบ้างไหม ? บางคนอาจจะคิดว่าการนั่งเฉยๆ ทำให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เป็นสิ่งที่เบียดเบียนเวลาทำงานและทำให้ชีวิตไม่มีประสิทธิภาพ แต่การทำอะไรมากเกินไปนั้นอาจทำให้เราเหนื่อยล้าและหมดแรงได้ ทั้งนี้ ทางฝั่งตะวันตกก็มีปรัชญาที่น่าสนใจอันเรียกว่า Niksen หรือศาสตร์แห่งการไม่ทำอะไรเลย บางคนอาจสงสัยว่าการอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยจะดีต่อชีวิตของเราได้อย่างไร มารู้จักแนวคิดแบบนิกเซนให้มากขึ้นกันเลยค่ะ
Niksen คืออะไร ? มารู้จักศิลปะของการไม่ทำอะไรเลย เพื่อการหยุดพักอย่างมีคุณภาพ
ปัจจุบันนี้มีคนให้ความสนใจกับปรัชญาทางฝั่งตะวันตกกันมากขึ้น อย่างปรัชญาสโตอิกจากกรีกโบราณที่ว่าด้วยเรื่องของ “ความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์” อันหมายถึง ตัวตนที่ดีที่สุดของเราและการมีชีวิตที่ดี หรือจะเป็นแนวคิดแบบฮุกกะ จากชาวเดนมาร์ก ที่ว่าด้วยเรื่องของความอบอุ่นทั้งกายและใจ รวมถึง Niksen แนวคิดจากชาวดัตช์ในประเทศเนเธอร์แลนด์ แล้วนิกเซน คืออะไร ? คำว่า นิกเซนเป็นภาษาดัตช์ แปลความหมายได้ตรงตัวว่า “ไม่ทำอะไร” “เปล่าประโยชน์” หรือเป็นการ “ทำอะไรที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์” มาุถึงตรงนี้ หลายๆ คนอาจจะคิดว่า แล้วการไม่ทำอะไรเลยจะกลายมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตที่ดีได้อย่างไร ? เพราะการไม่ทำอะไรเลยก็จะทำให้เราไม่โปรดักทีฟ สูญเสียเวลาทำงาน หรือแทนที่จะเอาเวลาไปทำกิจกรรมต่างๆ เราต้องนั่งอยู่เฉยๆ หรือ ? แล้วมันจะดีได้อย่างไร ? ก่อนที่จะคิดไปไกล มารู้จักนิกเซนให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ
นายอินทร์ หนังสือ ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา mindset
Niksen มาจากไหน ?
Image Credit : freepik.com
นิกเซนเป็นแนวคิดที่อยู่คู่กับชาวดัตช์มานาน และเนเธอร์แลนด์นั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศอับดับต้นๆ ที่ประชากรมีความสุขมากที่สุดในโลกด้วย อย่างการจัดอันดับประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในโลกประจำปี 2023 เนเธอร์แลนด์ก็อยู่เป็นอันดับ 5 ซึ่งว่ากันว่า พลังของการไม่ทำอะไรเลยจากแนวคิดแบบ Niksen นั้น ทำให้ชาวดัตช์มีความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หรือมี Work Life Balance ที่ดี มีการจัดสรรเวลาในการทำสิ่งต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงจัดสรรเวลาหยุดพักได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้มีความสุขในชีวิตตามไปด้วย
นิกเซนเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในช่วงวิกฤติการระบาดของ COVID – 19 ที่ผู้คนทั่วโลกต้องอยู่กับบ้าน มีการประกาศล็อกดาวน์ให้หยุดการทำงาน หยุดไปโรงเรียน หรือหยุดการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เผชิญกับความว่างและการไม่ทำอะไรอบย่างแท้จริง จึงได้มีโอกาสหยุดพักและกลับมาอยู่กับตัวเองเพื่อผ่อนคลายอีกครั้ง การมีเวลาอยู่กับตัวเองทำให้เราได้กำจัดอารมณ์ลบๆ ออกไป ได้รีเฟรชตัวเองและยังทำให้เราได้ทบทวนตัวเองและเข้าใจตัวเองมากขึ้นอีกด้วย
และแม้ว่าในตอนนี้จะไม่ใช่ช่วงการระบาดของโรคร้ายแล้ว แนวคิดแบบนิกเซนก็ยังคงใช้ได้กับสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ต้องโปรดักทีฟตลอดเวลา ต้องทำตัวให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้รู้สึกว่าตัวเองทำงานได้เยอะๆ และมีประสิทธิภาพ ต้องทำงานให้ได้มากที่สุด ต้องสำเร็จให้ได้มากที่สุด ใช้ชีวิตที่ต้องออกแรงวิ่งอยู่เสมอ หรือบางคนก็มีงานล้นมือจนไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเลย ยังไม่นับเรื่องธุระส่วนตัวต่างๆ เช่นการดูแลบ้านและครอบครัว รวมถึงการบริหารความสัมพันธ์กับคนรอบกาย ทำให้หลายๆ คนรู้สึกเหนื่อยล้าสะสม มีความเครียดเรื้อรัง วิตกกังวล ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟในงาน หมดไฟในการใช้ชีวิต และมีภาวะซึมเศร้าตามมา การหยุดพักแบบจริงๆ จังๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะทำให้เราได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างแท้จริง
นายอินทร์ หนังสือ Mini Habits นิสัยจิ๋ว ของคนที่ประสบความสำเร็จ
การหยุดพักแบบนิกเซนมีประโยชน์กับเราอย่างไร ?
Image Credit : freepik.com
- ทำให้เราโฟกัสสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น : ในแง่การทำงานของสมองแล้ว แม้ว่าเราจะไม่ทำอะไรเลยแต่สมองยังคงทำงานอยู่ แต่ประสิทธิภาพในการจดจ่ออยู่กับสิ่งต่างๆ จะเพิ่มขึ้นมาก ทำให้เราโฟกัสแต่ละอย่างได้ดีขึ้น เพราะสมองของมนุษย์เราจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่องลงมือทำทีละอย่าง ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นหลังจากที่ได้หยุดพัก
- ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ : นิกเซนช่วยเพิ่มระดับความคิดสร้างสรรค์ให้กับเราอย่างไม่น่าเชื่อ เคยสังเกตไหมคะว่าไอเดียดีๆ มักจะผุดขึ้นมาตอนที่เราไม่ได้ทำอะไรจริงจัง เช่น กำลังเดินเล่นเรื่อยเปื่อย กำลังเหม่อมองอะไรบางอย่าง กำลังขับรถไปเรื่อยๆ หรือแม้กระทั่งตอนอาบน้ำ นั่นเป็นเพราะว่าความคิดสร้างสรรค์มักจะเกิดขึ้นในจังหวะที่เราได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เมื่อสมองปลอดโปร่งความคิดดีๆ ก็จะผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ช่วยทำให้เรามีแรงบันดาลใจ : การได้กลับมาอยู่กับตัวเองโดยการนั่งอยู่เฉยๆ ทำให้เราตกตะกอนความคิดอะไรบางอย่างและเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น รู้จักตัวเองได้ดีขึ้น ทำให้ค้นพบแรงจูงใจในชีวิตและเป้าหมายของตัวเอง และรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ทำให้มีไฟในชีวิตเพิ่มขึ้นนั่นเองค่ะ
- ทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น : เชื่อมั้ยคะว่า การหยุดพักอย่างจริงจังนั้นส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของเรา เพราะการหยุดพักทำให้เราได้ฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ช่วยคลายความเครียดความวิตกกังวล ช่วยชะลอความแก่ และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกด้วย เพราะเมื่อมีสุขภาพจิตดี สุขภาพกายด็ดีตามไปด้วยค่ะ
- ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น : การหยุดพักผ่อนนั้นทำให้เราไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป ทำให้เราได้ฟื้นฟูตัวเอง ได้ชาร์ตแบตให้กับตัวเองอย่างแท้จริง ช่วยลดความเครียดจากการทำงาน ทำให้เรามีเวลาเป็นส่วนตัวมากขึ้น ได้มีเวลาให้กับตัวเองและมี Work Life Balance อย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งส่งผลทำให้เรามีความสุขตามมา
คู่มือค้นหา “ทำไม” ที่แท้จริงของคุณ ( Find Your Why) วีเลิร์น สำนักพิมพ์วีเลิร์น
ทำอย่างไรเราถึงจะหยุดพักได้จริงๆ จังๆ
Image Credit : freepik.com
Ruut Veenhoven นักสังคมวิทยาและศาตร์ตราจารย์จาก Erasmus University ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความสุขของมนุษย์กล่าวว่า การนั่งเฉยๆ บนเก้าอี้ หรือมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็ถือว่าเป็นการใช้ชีวิตแบบ Niksen แล้ว และยังเสริมอีกกว่า มุษย์ควรมีช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรบ้าง แม้ว่าหลายคนจะเลือกพักผ่อนโดยการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การวาดรูป การดูหนังฟังเพลง การอ่านหนังสือ การเล่นเกม ฯลฯ แต่ก็ยังนึกถึงประโยชน์หรือความโปรดักทีฟในการทำกิจกรรมนั้นๆ แต่ศิลปะของนิกเซนหรือศาสตร์แห่งการว่างก็คือ การหาวิธีที่จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้มากที่สุด จนกระทั่งหัวสมองและความคิดจิตใจของเราว่างเปล่าและสงบ การหยุดพักแบบนี้ อาจใช้เวลาแค่ครั้งละ 5 – 10 นาทีเท่านั้น เสมือนเป็นการทำความสะอาดให้กับความคิดจิตใจของเรา เพื่อให้สมองได้ขจัดความรกรุงรังออกไป และพร้อมที่จะทำกิจกรรมต่างๆ อีกครั้ง
Image Credit : freepik.com
นอกจากนี้ Carolien Hamming กรรมการผู้จัดการ CSR Centrum สถาบันแนะนำการพัฒนาตนเองชื่อดังจากเนเธอร์แลนด์ บอกว่า Niksen เป็นเหมือนศิลปะการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการเดินเล่นไปมาตามสวนสาธารณะโดยที่ไม่ต้องนับก้าวเดิน หรือนั่งพักตรงเก้าอี้ในสวนสาธารณะโดยที่ไม่ต้องเหลือบมองเวลาและไม่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่น หรืออาจเป็นการมองออกไปนอกหน้าต่างชมธรรมชาติ เหม่อมองใบไม้ที่พลิ้วไหวตามสายลม นั่งจิบกาแฟอุ่นๆ ข้างหน้าต่างโดยที่ไม่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือ ออกไปเดินเล่นที่ชายหาด นั่งมองพระอาทิตย์ตกดินเงียบๆ คนเดียว หรือจะแค่ฟังเพลงที่ชอบก็ได้ โดยมีเงื่อนไขก็คือ เราจะทำสิ่งนั้นอย่าไร้จุดหมาย และไม่คาดหวังกับผลลัพธ์ใดๆ อย่างน้อยๆ ครั้งละ 5 – 10 นาทีต่อวัน (หรือบางคนจะทำ 2 – 3 ครั้งต่อวันก็ได้) ก็ถือว่าได้ใช้ชีวิตแบบนิกเซนแล้วค่ะ
นายอินทร์ หนังสือ ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข
Inspire Now ! : ศิลปะของการไม่ทำอะไรเลยแบบนิกเซนนั้นคือการปล่อยให้ตัวเองได้ “หยุดพัก” ในแต่ละวันอย่างแท้จริง และไม่ใช่การขี้เกียจโดยการนอนตื่นสายไม่ลุกไปไหน หรือนั่งเปื่อยๆ บนโซฟาพร้อมกับไถมือถือไปเรื่อยๆ แล้วไม่ทำอะไรทั้งวันจนทำให้เสียการเสียงาน นิกเซนคือการกลับมาอยู่กับตัวเองและให้ความคิดจิตใจได้หยุดพักอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งมองวิวริมหน้าต่างพร้อมกับฟังเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว การเดินเล่นในสวนสาธารณะสบายๆ โดยที่ไม่ต้องคิดอะไร การนั่งพักในสวนสาธารณะพร้อมสังเกตสิ่งรอบตัว การดูพระอาทิตย์ตกดิน หรือแหงนดูก้อนเมฆสวยๆ สักครู่ โดยที่โฟกัสอยู่กับปัจจุบันเท่านั้น ลองฝึกตัวเองให้พักผ่อนแบบพักอยู่เฉยๆ จริงๆ โดยที่ไม่ต้องหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา เราอาจจะได้อะไรกลับมามากกว่าที่คิดก็ได้ค่ะ |
---|
DIY INSPIRE NOW ทำให้ฉันเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมใช่ไหม ? เราจะหยุดพักแบบนิกเซนยังไงได้บ้าง มาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันได้นะคะ ♡
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : bigthink.com, studysmarter.co.uk, time.com, bbc.com
Featured Image Credit : freepik.com/prostooleh