kodawari, ปรัชญาญี่ปุ่น

ชวนรู้จัก Kodawari ปรัชญาการทำงานของญี่ปุ่น ที่ทำให้ใครๆ ก็หลงรักความเป็นญี่ปุ่น !

ชวนรู้จัก Kodawari ปรัชญาการทำงานของญี่ปุ่น ที่ทำให้ใครๆ ก็หลงรักความเป็นญี่ปุ่น !

สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายๆ คนต่างหลงใหลความเป็นญี่ปุ่น นอกจากในเรื่องของอาหารการกิน สถานที่ท่องเที่ยว และวัฒนธรรมอันงดงามแล้ว ก็คือวิถีชีวิตและการปฏิบัติตนของชนชาวญี่ปุ่นซึ่งสะท้อนออกมาผ่านการสร้างสรรค์สินค้าและบริการต่างๆ ที่ใครต่อใครได้เห็นก็ต้องบอกว่ามีความเป็นเอกลักษณ์ตามแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และสิ่งที่อยู่เบื้องหลังวิถีความเป็นญี่ปุ่นขนานแท้ ก็คือปรัชญาญี่ปุ่นแขนงต่างๆ นั้นเอง ที่รู้จักกันดีก็คือ Ikigai, Wabi Sabi, Kintsugi คือปรัชญาที่ว่าด้วยการโอบรับความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง และอื่นๆ อีกมากมาย ในบทความนี้ จะพาไปรู้จักอีกหนึ่งปรัชญาของญี่ปุ่น ที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน ซึ่งก็คือ Kodawari นั่นเองค่ะ

Kodawari คืออะไร ?

kodawari, ปรัชญาญี่ปุ่น
Image Credit : freepik.com

โคดาวาริ (こだわり) ไม่ได้มีความหมายเป็นภาษาไทยตรงตัวอย่างชัดเจน แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงวิถีการทำงานของชาวญี่ปุ่น ที่มีความตั้งใจแน่วแน่ต่อการทำบางสิ่งบางอย่างให้ออกมาดีที่สุด ไม่ให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นแม้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ชาวญี่ปุ่นบางคนบอกว่า โคดาวารินั้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งของหลักอิคิไก หนึ่งในปรัชญาชีวิตยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น โคดาวาริคือการใส่ใจรายละเอียด มีความพิถีพิถัน และมุ่งมั่นตั้งใจทำออกมาให้เต็มที่ ไม่ว่าจะงานเล็กหรืองานใหญ่ ไม่ว่าจะมีคนสังเกตเห็นหรือไม่ก็ตาม คนที่มีหลักปรัชญาการทำงานแบบโคดาวาริ ก็จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

ซึ่งความเป็น Kodawari นี้ ได้สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นออกมาอย่างชัดเจน อย่างเช่นการทำอาหาร เราจะเห็นว่าเชฟทำซูชินั้น ทำซูชิอย่างพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกปลา วิธีหั่นปลา การเลือกชนิดข้าว การให้ความสำคัญกับอุณหภูมิข้าว การปั้นซูชิให้ออกมาตามต้องการ ซึ่งเป็นความละเอียดอ่อนและความใส่ใจของเชฟที่มีต่องานของตัวเองอย่างยิ่ง หรือถ้าใครไปญี่ปุ่นบ่อยๆ ก็จะเห็นว่าแพ็กเกจจิ้งขนมของญี่ปุ่นนั้นมีความสวยงามเอามากๆ ห่อด้วยกระดาษหลายชั้น แม้ว่าจะเป็นขนมชิ้นเล็กๆ ก็ตาม เป็นการแสดงให้เห็นถึงการใส่ใจรายละเอียด มีความพิถีพิถัน มีความปราณีตสวยงาม ซึ่งสินค้าจากญี่ปุ่นที่มีลักษณะแบบนี้ รวมไปถึงงานฝีมืออื่นๆ อย่างโอริกามิ และอิเคบานะ ก็แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดพิถีพิถัน และได้แนวคิดในเรื่องของการทำงานและการผลิตสินค้ามาจากหลักโคดาวาริเช่นกัน

จุดเด่นที่ชัดเจนของโคดาวาริคือ ความปราณีตและความพิถีพิถัน และทำออกมาให้ “ดีที่สุด” โดยไม่มีการทำแบบขอไปทีหรือทำแบบหยวนๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งแต่ละคนนั้นก็จะมีมาตรฐานในการทำงานของตัวเองตามแต่อาชีพและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย อย่างเชฟก็จะปรุงอาหารอย่างพิถีพิถันมากที่สุด คนทำแพกเกจจิ้งขนมก็จะทำออกมาให้สวยงามที่สุด พนักงานบริการก็จะบริการลูกค้าให้ดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าประทับใจมากที่สุด และจะต้องเป็นการทำงานด้วยหัวใจ กล่าวคือ ยินดีที่จะทำสิ่งนั้นๆ ด้วยความตั้งใจอย่างแท้จริงโดยที่ไม่ได้มีใครมาบังคับหรือทำตามกฎเกณฑ์ของใคร ซึ่งทำให้คนที่ทำงานตามหลักโคดาวาริมีความภาคภูมิใจในงานของตัวเอง และรู้ว่าตัวเองได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว แม้ว่าจะมีคนมาชื่นชมหรือไม่ก็ตาม

สามารถนำเอาหลัก Kodawari มาประยุกต์ใช้กับการทำงานและชีวิตประจำวันของเราได้อย่างไร ?

แม้จะเห็นตัวอย่างที่ชัดเจนของหลักโคดาวาริผ่านตัวอย่างการทำอาหารหรือการทำงานคราฟต์เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าหลักโคดาวาริมีอยู่ในเฉพาะงานในลักษณะนี้เท่านั้น เราสามารถนำหลักปรัชญาญี่ปุ่นโคดาวาริมาประยุกต์ใช้กับตัวเองได้เช่นกัน ตามนี้ค่ะ

[affegg id=4221]

1. ใส่ใจในรายละเอียดอยู่เสมอ

kodawari, ปรัชญาญี่ปุ่น
Image Credit : freepik.com

สิ่งสำคัญที่สะท้อนความเป็นโคดาวาริได้อย่างชัดเจนคือ ความพิถีพิถันและการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ถ้าเป็นในด้านการทำงานนั้น แทนที่จะมองภาพรวมเป็นหลัก ก็ลองหันมาใส่ใจในจุดเล็กๆ น้อยๆ ให้มากขึ้น ให้ความสำคัญกับแต่ละขั้นตอนโดยไม่มองข้ามขั้นตอนใด เพื่อให้งานออกมามีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นและผิดพลาดน้อยลง เหมือนกับเชฟซูชิหรือพ่อครัวราเม็งที่ใส่ใจในการทำอาหารตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบและมีความพิถีพิถันในการทำอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติที่ดีที่สุดนั่นเอง

2. ตรงต่อเวลา

kodawari, ปรัชญาญี่ปุ่น
Image Credit : vecteezy.com

ความตรงต่อเวลา ก็เป็นสิ่งสำคัญของหลักโคดาวาริ เพราะแสดงถึงความใส่ใจและการให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นๆ และไม่มีการอะลุ่มอล่วยหรือผ่อนปรน เหมือนกับระบบขนส่งมวลชนของญี่ปุ่นที่มีความตรงเวลาเป็นอย่างมาก ไม่เคยมาสายแม้แต่นาทีเดียว ทั้งยังสามารถบอกข้อมูลล่วงหน้าได้ด้วยว่ารถไฟจะมากี่โมง จะจอดที่ชานชาลาใด ซึ่งสิ่งนี้แสดงถึงความเป็นมาตรฐานตามหลักของโคดาวาริและไม่มีการลดมาตรฐานตัวเองลง อันเป็นการรับผิดชอบต่อผู้โดยสารนั่นเองค่ะ

3. มีระเบียบวินัยในตัวเอง

อีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนความเป็นโคดาวาริได้ดีคือ การทำอย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐานของตัวเอง เหมือนกับเชฟที่ปั้นซูชิด้วยความตั้งใจทุกๆ คำเพื่อให้ลูกค้าทุกๆ คนได้รับประทานซูชิที่มีคุณภาพ ซึ่งการทำอย่างต่อเนื่องนั้น จะต้องมีระเบียบวินัยในตัวเองสูงมาก เพื่อที่จะรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ได้ ในการทำงานแต่ละงานนั้น เราก็ต้องมีวินัยในตัวเอง และมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย โดยทำอย่างรักษามาตรฐานฝีมือของตัวเองเอาไว้ ไม่ทำแบบขอไปที เพื่อที่จะให้งานออกมามีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

[affegg id=4222]

4. ทำอย่างสุดความสามารถ

หลักสำคัญของโคดาวาริเลยก็คือ ทำให้เต็มที่และทำอย่างสุดความสามารถ การที่เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเต็มที่นั้น จะทำให้เราไม่มานั่งเสียใจหรือโทษตัวเองทีหลังว่า “ทำไมไม่ทำให้ดีกว่านี้” “ทำไมถึงไม่พยายามให้มากกว่านี้” หากเรารู้ตัวว่าเราได้ทำอย่างเต็มความสามารถแล้ว แม้ผลลัพธ์จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ก็จะไม่เสียใจหรือไม่เกิดความรู้สึกผิดหวังในตัวเองหรือโทษตัวเอง ในทางกลับกัน การทำอย่างสุดความสามารถจะทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าเดิมในครั้งถัดๆ ไป

5. ทำด้วยใจ

kodawari, ปรัชญาญี่ปุ่น
Image Credit : vecteezy.com

การทำสิ่งใดด้วยใจนั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนความเป็นโคดาวาริและความเป็นญี่ปุ่นออกมาได้ดีเยี่ยม เห็นได้ชัดจากงานบริการ ใครที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ต่างเห็นตรงกันว่า การบริการที่ญี่ปุ่นนั้นยอดเยี่ยมดีเลิศเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของประเทศญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวประทับใจ เราจะเห็นว่าพนักงานหรือผู้ให้บริการแต่ละคนนั้น ต่างบริการด้วยใจ ซึ่งทำให้เกิดความสุขใจทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ การทำสิ่งใดด้วยใจนั้น มักจะก่อให้เกิดความสุขและความอิ่มเอมใจอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กหรืองานใหญ่ก็ตาม

จะฝึกฝนให้ตัวเองมีหลัก Kodawari ได้อย่างไร ?

ตอนนี้ก็ได้ทราบนิยามของปรัชญาญี่ปุ่นแบบโคดาวาริ และวิธีการนำเอามาประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และถ้าใครอยากจะนำเอาหลักโคดาวาริไปใช้กับตัวเองบ้าง จะต้องทำอย่างไร ? เราสามารถทำได้โดยการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ก่อน ตามหลักโคดาวารินั้น คือการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างใส่ใจในรายละเอียดและมีความพิถีพิถัน สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กน้อยต่างๆ เพื่อให้ภาพรวมออกมามีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น เราอาจจะเริ่มต้นจากการทำงานเล็กๆ อย่างสุดความสามารถโดยไม่ได้สนใจว่าจะมีเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานมาชื่นชมเราหรือไม่ แต่ทำด้วยความตั้งใจจริงและรู้ด้วยตัวเองว่าทำอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เราทำออกมาอย่างดีที่สุดนั้น จะต้องดีที่สุดและสมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาผู้อื่นด้วย เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองที่ต่างกันไป แต่สิ่งสำคัญคือ เราได้ทำสิ่งนั้นด้วยใจและใส่ความตั้งใจลงไปอย่างเปี่ยมล้น อันเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นโคดาวาริได้อย่างชัดเจน และผลลัพธ์ของความใส่ใจและมุ่งมั่นตั้งใจนั้น ก็มักจะออกมาดีเสมอ

[affegg id=4223]

Inspire Now ! : Kodawari เป็นหลักปรัชญาของญี่ปุ่นที่บอกให้เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อยหรือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็ตาม ที่สำคัญคือ ต้องใส่ใจในรายละเอียด มีความพิถีพิถัน มีความมุ่งมั่นตั้งใจและทำให้เต็มที่ในทุกๆ งาน การทำสิ่งต่างๆ ให้ดีที่สุดนั้น จะทำให้เราไม่มีอะไรติดค้างในใจเพราะได้ทำเต็มที่แล้ว หากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ก็เพียงมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองต่อไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการในที่สุด

DIY INSPIRE NOW ทำให้ฉันเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมใช่ไหม ? ลองนำเอาหลักปรัชญาโคดาวาริไปปรับใช้กับตัวเองดูนะคะ อาจจะทำให้งานมีคุณภาพมากขึ้น และผิดพลาดน้อยลงก็ได้ค่ะ ♡

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : exploringkodawari.blog, ikigaitribe.com

Featured Image Credit : vecteezy.com/nui7711

Facebook Comments

ฝันอยากเดินทางท่องโลกให้ได้มากที่สุด สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับจิตวิทยา รักการอ่านหนังสือ ชอบถ่ายรูป หลงใหลแมวและกาแฟ