สาวๆ เคยเป็นไหม ? ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเท่าไหร่ก็ไม่เข้าหัวสักที ต่อให้หนังสือดีแค่ไหนสุดท้ายก็ลืมสิ่งที่เคยอ่านไปทุกทีเลย ถ้าใครกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เราจะมาแชร์ เทคนิคการจำ ในอ่านหนังสือที่จะช่วยให้ทุกคนสนุกไปกับการอ่านมากขึ้น ถ้าอยากรู้แล้วว่าวิธีอ่านหนังสือให้จํานั้นมีอะไรบ้างก็ไปดูกันเลย
รวม 7 เทคนิคการจำ ในการอ่านหนังสือที่ทุกคนห้ามพลาด

-
อ่านเนื้อหาแบบคร่าวๆ
สำหรับเทคนิคการจำข้อนี้ไม่ใช่ให้อ่านเนื้อหาแบบคร่าวๆ แล้วจบนะ แต่เป็นการให้อ่านเนื้อหาโดยรวมเพื่อที่จะได้เห็นหัวข้อสำคัญและคีย์เวิร์ดของเรื่องที่จะอ่าน ทำให้เราเข้าใจคอนเซ็ปต์คร่าวๆ ของเรื่องนั้น และเมื่อเราเข้าใจคอนเซ็ปท์ของมันแล้วก็จะช่วยให้การอ่านหนังสือลื่นไหลมากขึ้น
-
การจดโน้ต
การจดโน้ตไปด้วยตอนที่เราอ่านหนังสือนั้นเป็นเทคนิคการจำที่ดีในการอ่านหนังสือเลยหล่ะ เพราะมันจะช่วยให้สมองเราได้คิดตามไปด้วยจึงทำให้สามารถจำเนื้อหาที่เราอ่านไปได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สาวๆ ควรมีทุกครั้งเวลาอ่านหนังสือก็คือดินสอหรือปากกาสำหรับการจดโน้ต ซึ่งวิธีการจดโน้ตก็มีหลายแบบขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน บางคนอาจวาดเป็นรูป บางคนถนัดขีดเส้นใต้ หรืออาจจะทำเป็นมายแมพก็ได้ สาวๆ สามารถเลือกวิธีจดโน้ตในแบบที่ตัวเองชอบได้เลย

-
ตั้งคำถามกับตัวเองในสิ่งที่อ่าน
เป็นอีกหนึ่งเทคนิคการจำที่สำคัญเลยก็ว่าได้เพราะถ้าหากเรามัวแต่อ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่ตั้งคำถามว่า main idea ของสิ่งที่เราอ่านคืออะไร ? สุดท้ายพออ่านจบเราก็อาจไม่ได้ประเด็นสำคัญของสิ่งที่อ่านเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยก็คือเวลาอ่านนิยายหรือวรรณกรรมเราก็ต้องรู้ใช่ไหมหล่ะว่าเนื้อเรื่องหลักๆ มันเกี่ยวกับอะไรถึงจะทำให้เราอ่านได้รู้เรื่อง มันก็เหมือนกันกับการอ่านหนังสือประเภทอื่นหากเราจับใจความของมันได้เราก็จะเข้าใจมันได้ไม่ยากเลย ดังนั้นเวลาอ่านอะไรก็ตามสาวๆ ก็ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะ รับรองว่าจะทำให้เราได้ประโยชน์จากสิ่งที่อ่านมากขึ้นแน่นอน
-
อินไปกับสิ่งที่อ่าน, สร้างความเชื่อมโยง และอ่านซ้ำ
เทคนิคการจำข้อนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ
- การอินไปกับสิ่งที่อ่าน : หลายคนคงงงใช่ไหมว่าจะให้อินกับสิ่งอ่านยังไง ? วิธีง่ายๆ เลยก็คือการมโนนั่นเอง ให้ลองนึกสิ่งที่เรากำลังอ่านอยู่เป็นรูปภาพหรือเหตุการณ์ หรืออาจจะเพิ่มอรรถรสโดยการนึกภาพว่าตัวเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ด้วยก็ได้ เช่น ถ้าอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ ก็อาจจะจินตนาการว่าเราเดินทางย้อนเวลากลับในยุคนั้นทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตต่างๆ ของคนในอดีต รับรองเลยว่าวิธีนี้จะทำให้สาวๆ สนุกไปกับสิ่งที่อ่านมากเลยหล่ะ

- การสร้างความเชื่อมโยง : ก็คือการเชื่อมโยงสิ่งที่เราอ่านกับสิ่งในชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง เช่น การเชื่อมโยงว่าชื่อตัวละครของหนังสือที่เราอ่านนั้นคล้ายกับชื่อเพื่อนของเรา ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เราจำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การอ่านซ้ำ : สาวๆ รู้ไหมว่ายิ่งเราอ่านซ้ำมากเท่าไหร่เราก็จะสามารถจำได้มากเท่านั้นเลยนะ แต่ถ้าใครที่ไม่อยากกลับไปอ่านหนังสือเล่มหนาทั้งเล่มก็ให้เราไฮไลต์ส่วนเนื้อหาที่สำคัญไว้ ตอนที่เรากลับมาอ่านอีรอบจะได้อ่านเฉพาะส่วนสำคัญที่เคยไฮไลต์ไว้

-
อธิบายสิ่งที่อ่านให้คนอื่นฟัง
เรียกได้ว่าเป็นวิธีอ่านหนังสือให้จําสุดคลาสสิกที่หลายคนเคยใช้ตอนช่วงอ่านหนังสือสอบ ซึ่งเราเองก็เป็นอีกคนที่ใช้วิธีเหมือนกันและขอบอกว่ามันเจ๋งสุดๆ เลยหล่ะ เพราะการที่เราอธิบายในสิ่งเราอ่านมาให้คนอื่นฟังมันก็เป็นการทบทวนไปในตัวและทำให้เราจำสิ่งที่อ่านได้มากขึ้น สาวๆ ก็ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ช่วงอ่านหนังสือเตรียมสอบกันดูนะ
-
อ่านออกเสียงดังๆ
การที่เราอ่านออกเสียงดังๆ หรือแม้จะกระซิบก็ตามทำให้สมองเราจำสิ่งนั้นได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเทคนิคการจำข้อนี้จะได้ผลดีที่สุดในตอนที่เราต้องจำรายการสำคัญบางอย่าง

-
อ่านหนังสือเป็นเล่ม
จริงอยู่ที่ทุกวันนี้การอ่านหนังสือออนไลน์หรือ e-book นั้นสะดวกกว่าการอ่านหนังสือเป็นเล่มและเราสามารถดาวน์โหลด e-book มาเยอะแค่ไหนก็ได้ แต่ผลการวิจัยนั้นบอกว่าการที่เราอ่าน e-book นั้นสามารถทำลายความทรงจำของเราได้ ซึ่งมีงานวิจัยหนึ่งได้ทดลองให้คนอ่านเรื่องสั้นเรื่องเดียวกันโดยแบ่งเป็นการอ่านจากหนังสือที่ตีพิมพ์ออกมาแล้วกับ e-book สรุปว่าคนที่อ่านจากหนังสือเป็นเล่มสามารถจำลำดับเหตุการณ์ของเรื่องได้ดีกว่า
นอกจากนี้ยังมีผลจากงานวิจัยของ Anne Mangen พบว่านักเรียนที่อ่านข้อความจากสิ่งพิมพ์นั้นสามารถทำคะแนนในการทดสอบความเข้าใจในการอ่านได้ดีกว่านักเรียนที่อ่านข้อความแบบดิจิทัล
Inspire Now ! : หวังว่าวิธีอ่านหนังสือให้จําที่เรามาแชร์ในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับสาวๆ ทุกคนนะ ถ้าใช้สายตาในการเพ่งอ่านหนังสือมากเกินใจจนทำให้สายตาล้าก็ควรพักสักนิดและหาผักผลไม้บํารุงสายตามากินนะ เพราะสุขภาพเราก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลเช่นกัน |
DIY INSPIRE NOW ทำให้ฉันได้ไอเดียในการค้นหาตัวเอง สาวๆ ชอบการหนังสือตอนไหนกันบ้าง ? มาแชร์ตารางเวลาอ่านหนังสือของทุกคนกันเยอะๆ นะ
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : independent.co.uk, researchgate.net