อกหักต้องทำยังไง, อกหัก ทำไง

อกหัก ทำไง ? บอกต่อวิธีมูฟออนจากรักครั้งเก่า ให้เรากลับมารักตัวเอง และก้าวต่อได้อีกครั้ง !

ความรักและการพลัดพรากเป็นประสบการณ์ที่แทบทุกคนต้องเผชิญในช่วงชีวิต อกหักไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางอารมณ์ แต่เป็นกระบวนการที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจอย่างลึกซึ้ง แม้ในช่วงแรกอาจรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย แต่การอกหักก็เป็นโอกาสให้เราได้เรียนรู้และเติบโต ทั้งในแง่การเข้าใจตัวเอง การจัดการอารมณ์ และการค้นพบความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ภายใน การเข้าใจกระบวนการของการอกหักและวิธีการเยียวยาจิตใจจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างมีความหวังและมีความหมาย ซึ่ง DIYINSPIRENOW จะมาเล่าเรื่องนี้กันในบทความนี้ค่ะ

อกหัก ทำไง ? รวมวิธีมูฟออน ที่คนอกหักทุกคนต้องรู้

ความรักเป็นเรื่องที่สวยงาม แต่เมื่อต้องเผชิญกับความอกหัก ก็อาจทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปชั่วขณะ การเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำจากความรักที่จบลงนั้นต้องใช้เวลาและความเข้าใจ แต่เชื่อเถอะว่าทุกความเจ็บปวดล้วนมีวันที่จะผ่านพ้นไป และเราจะกลับมาเป็นตัวของตัวเองที่เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม มาผ่อนคลายความเจ็บปวด และรักตัวเองไปด้วยกันนะคะ

หนังสือ เธอคู่ควรกับความรักที่ดีเสมอ

5 วิธีรับมือ และก้าวข้ามความเจ็บปวด

ทุกคนมีวิธีและเวลาในการเยียวยาที่แตกต่างกัน ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว สิ่งสำคัญคือการให้เวลาและความเมตตากับตัวเอง เชื่อว่าเวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่าง และในที่สุดคุณจะผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ ลองมาดูรายละเอียดกันค่ะ

1. เข้าใจอารมณ์ความรู้สึก

ความเจ็บปวดจากอกหักไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องสูญเสียคนสำคัญไป สมองจะหลั่งสารเคมีที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดคล้ายกับความเจ็บปวดทางกาย อาจส่งผลให้รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด หายใจไม่ทั่วท้อง หรือปวดท้อง ในช่วงแรกอาจมีอารมณ์ผสมปนเปทั้งเศร้า โกรธ น้อยใจ หรือรู้สึกผิด ซึ่งล้วนเป็นเรื่องปกติ

2. วิธีการรับมือในระยะแรก

ให้เวลากับตัวเองได้ร้องไห้และระบายความรู้สึก แต่พยายามรักษากิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติที่สุด ทั้งการกิน การนอน และการทำงาน หลีกเลี่ยงการตัดสินใจสำคัญในช่วงนี้ และไม่ควรติดต่อกับคนที่ทำให้อกหัก เพราะอาจทำให้บาดแผลใจลึกขึ้น ให้มุ่งเน้นไปที่การดูแลตัวเองก่อน

3. ฟื้นฟูจิตใจ

เริ่มหากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น เช่น การออกกำลังกาย งานอดิเรก หรือการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัวที่ไว้ใจ อย่าเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว การได้แบ่งปันความรู้สึกจะช่วยให้รู้สึกเบาขึ้น และอาจได้มุมมองใหม่ๆ จากคนรอบข้าง

4. ก้าวต่อไป

ใช้ประสบการณ์นี้เป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ทบทวนว่าเราต้องการอะไรในความสัมพันธ์ และอะไรที่เราไม่ต้องการ พัฒนาตัวเองในด้านที่อยากปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือการดูแลสุขภาพ เมื่อพร้อม ค่อยๆ เปิดใจให้กับโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต

5. ข้อควรระวัง

หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือยาเสพติดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ระวังการโพสต์หรือระบายความรู้สึกบนโซเชียลมีเดียที่อาจส่งผลเสียในภายหลัง สังเกตสัญญาณของภาวะซึมเศร้าที่ยาวนานเกินไป เช่น นอนไม่หลับต่อเนื่อง เบื่ออาหารรุนแรง หรือคิดทำร้ายตัวเอง หากมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที

Image Credit : canva.com-pro

ทำไมการอกหัก ถึงทำให้เราเจ็บปวดทั้งใจ และกาย ?

ความเจ็บปวดจากการอกหักมีพื้นฐานมาจากกลไกทางร่างกายและสมองที่ทำงานเชื่อมโยงกัน ดังนี้

・ทางสมอง

สมองของเราจะหลั่งสารเคมีหลายชนิดเมื่อเผชิญกับการอกหัก โดยเฉพาะคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ที่มีระดับสูงขึ้น ในขณะที่สารโดพามีน (ฮอร์โมนแห่งความสุข) กลับลดลง ทำให้เกิดความรู้สึกเศร้า เครียด และวิตกกังวล สมองส่วนที่รับรู้ความเจ็บปวดทางกายจะถูกกระตุ้นด้วย จึงทำให้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกทำร้ายร่างกายจริงๆ

・ทางร่างกาย

เมื่อสมองหลั่งฮอร์โมนความเครียด ร่างกายจะตอบสนองด้วยอาการต่างๆ เช่น หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อตึงเครียด ท้องไส้ปั่นป่วน นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้ป่วยง่ายขึ้น

・ทางความทรงจำ

สมองของเราเก็บความทรงจำที่เกี่ยวกับคนรักไว้มากมาย ทั้งภาพ เสียง กลิ่น และความรู้สึก เมื่อต้องพลัดพราก สมองจะพยายามประมวลผลและจัดการกับความทรงจำเหล่านี้ใหม่ ทำให้เกิดความเครียดและเหนื่อยล้าทั้งทางกายและใจ

・ทางพฤติกรรม

เมื่อเราอกหัก มักมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น การกินที่ผิดปกติ การนอนที่แปรปรวน การแยกตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง ทำให้รู้สึกแย่ทั้งกายและใจมากขึ้นไปอีก

การเข้าใจว่าทำไมเราถึงเจ็บปวดจะช่วยให้เรารู้ว่านี่เป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย และจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป การดูแลทั้งสุขภาพกายและใจจึงมีความสำคัญอย่างมากในช่วงเวลานี้

หนังสือ Things no one taught us about love เรื่องที่ไม่มีใครสอนเราเกี่ยวกับความรัก

ดูแลสุขภาพกาย และใจยังไง ? เมื่ออกหัก

สิ่งสำคัญคือต้องค่อยๆ ทำทีละอย่าง ไม่รีบร้อนหรือคาดหวังว่าจะหายเจ็บปวดในทันที การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องและให้เวลากับการเยียวยาจะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้ในที่สุด มาดูแนวทางการดูแลสุขภาพกายและใจเมื่ออกหักกันค่ะ

・ดูแลสุขภาพกาย

การรักษากิจวัตรพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญมาก แม้จะรู้สึกไม่อยากทำอะไร ต้องพยายามดูแลตัวเองด้วยการกินอาหารให้ครบมื้อ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือยานอนหลับเพื่อกลบความเจ็บปวด ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพราะจะช่วยให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ทำให้อารมณ์ดีขึ้น

・ดูแลสุขภาพใจ

ยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ไม่กดดันตัวเองให้รีบหาย หาคนที่ไว้ใจพูดคุยระบายความรู้สึก อาจเป็นเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือนักจิตวิทยา ทำกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ วาดรูป ทำสมาธิ หรืองานอดิเรกที่ชอบ

・จัดการความคิด

หลีกเลี่ยงการคิดวนเวียนถึงเรื่องเดิมๆ พยายามไม่เช็คโซเชียลมีเดียของคนเก่า ลองจดบันทึกความรู้สึกเพื่อระบายอารมณ์ ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ในแต่ละวันและให้รางวัลตัวเองเมื่อทำได้ มองหาสิ่งดีๆ รอบตัว และพยายามสร้างความหมายใหม่ให้กับชีวิต

・สร้างสมดุลชีวิต

กลับไปทำงานหรือเรียนตามปกติเพื่อให้มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูง เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น เรียนคอร์สออนไลน์ ฝึกทักษะ Soft Skills รู้จักตัวเอง เช่น Self Awareness การตระหนักรู้ในตัวเอง หรือวางแผนการเดินทางท่องเที่ยว

Image Credit : canva.com-pro

เช็กความต่างอาการอย่างเรา อกหักปกติ หรือเป็นซึมเศร้า ?!

・อาการอกหักปกติ

อารมณ์เศร้าจะเป็นแบบขึ้นๆ ลงๆ มีช่วงที่รู้สึกดีสลับกับช่วงที่เศร้า ยังสามารถหัวเราะหรือมีความสุขกับกิจกรรมอื่นๆ ได้ อาจร้องไห้บ่อย แต่อารมณ์จะค่อยๆ ดีขึ้นตามเวลา ยังทำงานหรือเรียนได้ แม้จะไม่เต็มที่ ยังสามารถดูแลตัวเองในเรื่องพื้นฐานได้ เช่น อาบน้ำ กินข้าว ความคิดอยากทำร้ายตัวเองอาจผ่านมาแต่ไม่รุนแรงและไม่มีแผนที่จะทำจริง

・ภาวะซึมเศร้าที่ต้องพบแพทย์

อารมณ์เศร้าเป็นต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ ไม่มีช่วงที่รู้สึกดีขึ้นเลย สูญเสียความสนใจในทุกกิจกรรม แม้แต่สิ่งที่เคยชอบ นอนไม่หลับหรือนอนมากผิดปกติ เบื่ออาหารจนน้ำหนักลดมาก หรือกินมากผิดปกติ แยกตัวจากสังคมอย่างสิ้นเชิง ไม่อยากพบหรือคุยกับใคร ไม่สามารถทำงานหรือเรียนได้ ละเลยการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองบ่อยครั้งและมีแผนที่จะทำ

・สัญญาณแบบไหน ที่ต้องพบแพทย์ทันที

  • มีความคิดฆ่าตัวตาย หรือวางแผนที่จะทำ
  • มีอาการประสาทหลอน เช่น ได้ยินเสียงหรือเห็นภาพหลอน
  • ไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตประจำวันได้เลย
  • ใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์เพื่อระงับความรู้สึก
  • มีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายมากขึ้น
  • นอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน
  • ไม่สามารถแยกแยะความจริงจากจินตนาการได้

・วิธีการรักษา

หากพบว่ามีอาการเข้าข่ายภาวะซึมเศร้า ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อประเมินอาการและรับการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการทำจิตบำบัดและการใช้ยาต้านซึมเศร้าหากจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ควรขอความช่วยเหลือทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้

Image Credit : canva.com-pro

เตรียมตัวยังไง ? ให้พร้อมที่จะเจอกับรักครั้งใหม่

1. การทำใจให้สงบและยอมรับอดีต

ความรักครั้งเก่าอาจทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดไว้ในใจเรา การเยียวยาตัวเองคือกระบวนการสำคัญที่ไม่ควรข้าม ให้เวลาตัวเองได้รู้สึก ได้ร้องไห้ และปล่อยวางความรู้สึกที่หนักอึ้ง อย่าด่วนกดทับหรือเก็บกดความรู้สึก เพราะบาดแผลที่ไม่ได้รับการเยียวยาอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในอนาคต ลองทบทวนบทเรียนจากความสัมพันธ์ที่ผ่านมาว่าเราได้เรียนรู้อะไร แต่ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองหรือคนอื่น

2. การรู้จักและเข้าใจตัวเอง

ช่วงเวลาที่อยู่คนเดียวเป็นโอกาสดีในการทำความรู้จักตัวเองให้ลึกซึ้ง ลองสำรวจว่าอะไรคือสิ่งที่เราชอบ ไม่ชอบ กลัว หรือต้องการในชีวิต เข้าใจรูปแบบความผูกพันของตัวเอง (Attachment Style) ว่าเรามักจะสร้างความสัมพันธ์แบบไหน มีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร พัฒนาทักษะการสื่อสารและการจัดการอารมณ์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคต

3. กำหนดมาตรฐานและขอบเขต

ขีดเส้นให้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้เด็ดขาด เช่น การใช้ความรุนแรง การนอกใจ หรือการไม่เคารพความเป็นส่วนตัว ตั้งมาตรฐานที่สมเหตุสมผลสำหรับคนที่จะเข้ามาในชีวิต โดยไม่เพ้อฝันเกินจริงหรือต่ำจนเกินไป รักษาความเป็นตัวของตัวเองไว้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งหมดเพื่อให้ใครมารัก

4. เปิดใจให้กว้าง

อย่าปล่อยให้ประสบการณ์ที่แย่ในอดีตมาปิดกั้นโอกาสในการพบเจอคนดีๆ ทุกคนมีเรื่องราวและตัวตนที่แตกต่างกัน การด่วนตัดสินว่าทุกคนจะเหมือนคนเก่าอาจทำให้เราพลาดโอกาสดีๆ ไป ลองเปิดใจทำความรู้จักคนใหม่ๆ โดยไม่มีอคติ ยอมรับว่าทุกคนมีข้อดีข้อเสีย และพร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน

5. การใส่ใจสุขภาพกายและใจ

ร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีความสัมพันธ์ที่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่น การทำสมาธิ โยคะ หรืองานอดิเรก สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัว การทำงาน และการพบปะผู้คน อย่าทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปกับการหาคู่จนละเลยด้านอื่นๆ ของชีวิต

การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความรักครั้งใหม่ไม่ใช่การรีบเร่ง แต่เป็นการค่อยๆ สร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับตัวเอง เมื่อเรารู้สึกสบายใจที่จะอยู่คนเดียว และมีความสุขกับชีวิตของตัวเอง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะเปิดใจให้กับความรักครั้งใหม่

หนังสือ คนที่ใช่จะไม่ยาก

Inspire Now ! : การอกหักเป็นโอกาสให้เราได้เรียนรู้และเติบโต แม้จะเจ็บปวด แต่มันสอนให้เราเข้าใจตัวเองและความต้องการที่แท้จริงมากขึ้น ความเจ็บปวดนี้ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป เวลาคือเครื่องมือเยียวยาที่ดีที่สุด ระหว่างทางให้ใช้พลังงานไปกับการพัฒนาตัวเองและทำสิ่งที่รัก สิ่งสำคัญคือการไม่โทษตัวเองหรือคนอื่น เพราะความรักไม่มีถูกผิด มีแต่บทเรียนที่ทำให้เราเติบโตและพร้อมสำหรับความรักที่ใช่ในอนาคต ความรักที่จบลงไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีค่า แต่บางทีมันอาจเป็นทางเดินที่จำเป็นเพื่อนำเราไปพบกับความรักที่ใช่และความสุขที่แท้จริงก็ได้

DIYINSPIRENOW ทำให้ฉันเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าใช่หรือไม่ ? การอกหักเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง เหมือนกับเรื่องอื่นๆ ความรักของใครเป็นแบบไหน มาคอมเมนต์แบ่งปันประสบการณ์กับเราบ้างนะคะ ♡

Facebook Comments

หาข้อมูล-ลงมือเขียนและเรียบเรียงโดยทีมกองบรรณาธิการเว็บไซต์ DIY INSPIRE NOW