ช่วงกักตัวโควิดรอบนี้หลายคนคงเริ่มมีแรงบันดาลใจอยากเรียนภาษาใหม่ๆ หนึ่งในภาษาที่น่าสนใจก็คือการ เรียนภาษาฮ่องกง นั่นเองแต่ภาษาของฮ่องกงต่างจากภาษาจีนกลางอย่างไร ต้องเริ่มเรียนยังไง อยากไปเรียนภาษาที่ฮ่องกงต้องทำยังไงบ้าง ใครอยากเรียนเอาไว้ประดับความรู้ เพื่อเปิดอนาคตการทำงาน หรืออยากบอกรักหลายภาษา ต้องไม่พลาด
เรียนภาษาฮ่องกงยังไงดี เรารวมคำตอบและแนวทางดีๆ มาฝากแล้ว
ภาษาฮ่องกงคืออะไร
ภาษาที่ใช้ในฮ่องกงคือภาษาจีนกวางตุ้ง (Cantonese) ซึ่งถือเป็นภาษาหลักที่ใช้ทั้งในการสื่อสารทั่วไป การทำงาน และการติดต่อธุรกิจ ใครที่อยากไปเรียนหรือทำงานที่ฮ่องกงจึงมีความจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษานี้ แต่นอกจากที่ฮ่องกงแล้วยังนับเป็นภาษาจีนที่มีคนใช้งานเยอะมากกว่า 80 ล้านคนทั่วโลกเลยนะ
ภาษากวางตุ้งต่างจากจีนกลางยังไง
ภาษาฮ่องกงหรือภาษาจีนกวางตุ้ง ถือเป็นภาษาราชการของฮ่องกงและมาเก๊า อีกทั้งยังมีผู้ใช้งานอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่บางส่วนด้วยโดยเฉพาะมณฑลกวางตุ้งและกวางโจว ส่วนความแตกต่างก็คือภาษากวางตุ้งมี 6 เสียง สามารถเปลี่ยนความหมายของคำได้อย่างสมบูรณ์ มีคำศัพท์หลายคำสามารถใช้ร่วมกับภาษาจีนกลางได้ แต่อย่างไรก็ตามจีนกวางตุ้งก็เปรียบได้กับอีกภาษาที่แยกย่อยออกมาเพราะหากรู้ภาษาจีนแต่ไม่รู้จีนกวางตุ้งก็จะไม่สามารถสื่อสารได้อย่างเข้าใจนั่นเอง
ส่วนในด้านความแตกต่างนั้นจีนกลางและกวางตุ้งต่างกันทั้งในเรื่องการออกเสียงคำศัพท์และแม้แต่พยัญชนะเบื้องต้นหลายตัว คำศัพท์ของจีนกวางตุ้งส่วนใหญ่จะเป็นคำศัพท์ดั้งเดิมและใช้ภาษาโบราณซึ่งบางคำในภาษาจีนกลางไม่ใช้แล้ว ส่วนการเขียนจะเป็นการเขียนแบบตัวเต็ม แต่ในด้านไวยากรณ์มีความคล้ายคลึงกัน
อยากเรียนภาษาฮ่องกงที่ฮ่องกงต้องมีผลสอบวัดระดับหรือไม่
ใครมีความฝันอยากไปเรียนภาษาที่ฮ่องกงในระดับมหาวิทยาลัย ถ้าเป็นหลักสูตรทั่วไปสำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ การเรียนในปี 1 – 2 เราจะได้เรียนภาษาจีนทั้งหมด (จีนกลาง) และต้องสอบผ่านการสอบวัดระดับ HSK ระดับ 5 จึงจะได้ผ่านไปเรียนปี 3 – 4 จึงจะสามารถเรียนจีนกวางตุ้งหรือสำเนียงอื่นๆ แยกย่อยออกไปได้ แต่ถ้าเป็นหลักสูตรทั่วไปที่มีคนจีนร่วมเรียนด้วย เราต้องสอบผ่าน HSK ระดับ 5 ตั้งแต่เริ่มจึงจะสามารถไปเรียนได้
สอบวัดระดับภาษาจีนคืออะไร
การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนที่มี 3 ประเภท คือ HSK, YCT และ BCT โดยการสอบที่เราต้องรู้จักก็คือ HSK (Hanyu Shuping Kaoshi) เพราะเป็นการสอบที่มีจุดประสงค์เพื่อวัดระดับความรู้ของผู้เรียนชาวต่างชาติโดยเฉพาะ โดยการสอบ HSK เปลี่ยนการวัดระดับภาษาจีนใหม่เป็น 9 ระดับเริ่มใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2021 เป็นต้นไปและมีรายละเอียดในแต่ละระดับ ดังนี้
1. ภาษาจีนระดับต้น (初级)
- ภาษาจีนระดับต้น 1 (一级)คำศัพท์ 500 คำ อักษรจีน 300 ตัวอักษร ไวยากรณ์ 48 รูป 269 เสียง
- ภาษาจีนระดับต้น 2 (二级)คำศัพท์ 1,272 คำ อักษรจีน 600 ตัวอักษร ไวยากรณ์ 129 รูป 468 เสียง
- ภาษาจีนระดับต้น 3 (三级)คำศัพท์ 2,245 คำ อักษรจีน 900 ตัวอักษร ไวยากรณ์ 210 รูป 608 เสียง
2. ภาษาจีนระดับกลาง(中级)
- ภาษาจีนระดับกลาง 4 (四级)คำศัพท์ 3,245 คำ อักษรจีน 1,200 ตัวอักษร ไวยากรณ์ 286 รูป 724 เสียง
- ภาษาจีนระดับกลาง 5 (五级)คำศัพท์ 4,316 คำ อักษรจีน 1,500 ตัวอักษร ไวยากรณ์ 357 รูป 822 เสียง
- ภาษาจีนระดับกลาง 6 (六级)คำศัพท์ 5,456 คำ อักษรจีน 1,800 ตัวอักษร ไวยากรณ์ 424 รูป 908 เสียง
3. ภาษาจีนระดับสูง(高级)
- ภาษาจีนระดับสูง 7 – 9 (七–九级)คำศัพท์ 11,092 คำ อักษรจีน 3,000 ตัวอักษร ไวยากรณ์ 572 รูป 1,110 เสียง
เรียนจีนกลางแล้วค่อยเรียนภาษาฮ่องกงดีกว่าหรือไม่
หากเราเริ่มเรียนภาษาจีนกลางก่อนแล้วจึงมาต่อยอดเพื่อเรียนจีนกวางตุ้งก็จะทำให้เข้าใจพื้นฐานไวยากรณ์ แต่ก็ต้องมาปรับเรื่องการออกเสียง การเขียนและสำเนียง อย่างไรก็ตามภาษาจีนทั้งสองนี้สามารถเรียนควบคู่กันไปได้ค่ะ
เรียนภาษาฮ่องกงที่ไหนดี
มีสถาบันภาษาหลายแห่งในประเทศไทยที่เปิดสอนภาษาของฮ่องกงโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดเพื่อไปเรียนภาษาถึงประเทศฮ่องกงได้อีกด้วยทั้งสถาบันสอนภาษาและการเรียนระดับมหาวิทยาลัย
เคล็ดลับการเรียนภาษาฮ่องกง
1. เรียนพินอิน
ภาษาฮ่องกงเองก็จำเป็นต้องเรียนรู้พินอินเช่นกัน เพื่อให้เรารู้จักตัวอักษรและการออกเสียง ถือเป็นการเริ่มต้นสำหรับคนที่สนใจเรียนภาษาจีนไม่ว่าจะสำเนียงไหนก็ตาม ลองฝึกจากแอปเรียนภาษาจีนก็ได้นะ
2. จำคำศัพท์และประโยคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
เมื่อรู้จักพินอินดีแล้ว ขั้นต่อมาคือการจำคำศัพท์และรูปประโยคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้ได้ อาจจะเริ่มจากหมวดหมู่สิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวเรา คนในครอบครัว หรือคำศัพท์ที่เราต้องใช้ในการทำงาน เป็นต้น
3. หมั่นท่องศัพท์และทำแบบฝึกหัด
การมองหาคำศัพท์ใหม่ๆ อย่างเดียวไม่ทำให้เราจำได้นะคะ แต่เราต้องหมั่นท่องและทดสอบความรู้ตัวเองด้วยการทำแบบฝึกหัดอยู่เสมอด้วย
4. ฟังให้มากเข้าไว้
เลือกดูหนังฮ่องกงเพื่อให้เราชินกับเสียงสำเนียงฮ่องกงหรือจะฟังเพลงก็ได้ การดูหนัง ฟังเพลง หรือดูซีรีย์ คือตัวช่วยดีๆ ในการฝึกฟังค่ะ
5. การฝึกแต่งประโยค
หากเจอคำศัพท์หรือประโยคที่น่าสนใจจากหนัง ซีรีย์ หรือเพลง ลองหยิบมาฝึกแต่งประโยคใหม่ อาจเปลี่ยนจากประโยคบอกเล่าเป็นปฏิเสธก็ได้ หรือจะนำคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เราเจอจากการฟังมาแต่งประโยคก็จะช่วยให้จำความหมายของคำศัพท์นั้นได้ดีขึ้น
Inspire Now ! : เรียนภาษาฮ่องกง อาจดูเหมือนยาก แต่หากเราตั้งใจจริงก็ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถค่ะ แถมเดี๋ยวนี้ยังมีตัวช่วยหลายอย่าง ทั้งสตรีมมิง YouTube เว็บไซต์ต่างๆ และแอปพลิเคชันแพลนเนอร์รายสัปดาห์ฟรี ที่ช่วยเราวางแผนการเรียนได้ ทำให้การเรียนภาษาใหม่ๆไม่ยากเกินไปสำหรับเราแน่นอน |
---|
DIY INSPIRE NOW ทำให้ฉันได้ไอเดียในการค้นหาตัวเองใช่ไหม ? ใครมีประสบการณ์เรียนภาษาฮ่องกงบ้าง มาแชร์กับเราได้เลยนะคะ
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : fluentin3months.com, utalk.com
Featured Image Credit : freepik.com/TravelScape